บทที่
9 การจองตั๋วโดยสารและสำรองที่พักผ่านอินเตอร์เน็ต
- การตรวจสอบราคาเส้นทางและเวลาการเดินรถ
1. การซื้อตั๋วรถไฟที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางโดยรถไฟ
ไม่ว่าจะสายเหนือ สายตะวันตก สายตะวันออก หรือสายใต้ ท่านสามารถที่จะไปซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้โดยตรงที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ
(สถานีที่มีช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร) หรือตัวแทนที่เปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าทุกแห่ง
ก่อนที่จะทำการซื้อตั๋วรถไฟต้องทราบก่อนว่าตัวเองจะขึ้นที่สถานีไหน
แล้วสถานีปลายทางคือที่ใด เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบที่นั่ง
พร้อมกับตรวจสอบราคาสำหรับรถไฟแต่ละประเภทให้กับผู้โดยสารได้สะดวกและรวดเร็ว
2. การซื้อตั๋วรถไฟโดยการโทรสำรองที่นั่ง
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถสำรองที่นั่งผ่านโทรศัพท์หมายเลข
1690 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยมีข้อกำหนดว่าท่านจะต้องทำการโทรจองก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วัน
ซึ่งผู้ที่ทำการโทรสำรองที่นั่งจะต้องไปรับตั๋วที่สถานีรถไฟที่กำหนดก่อนเวลา 22.00
น. ของวันรุ่งขึ้น หากไม่ไปรับตั๋วตามเวลาที่กำหนด
ระบบจะทำการยกเลิกอัตโนมัติทันที
การจองตั๋วรถไฟผ่านโทรศัพท์ในแต่ละครั้งจะสามารถสำรองที่นั่งได้ไม่เกิน
10 ที่นั่ง และสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ถึง 60 วัน
การโทรจองตั๋วรถไฟ จะไปรับตั๋วโดยสารได้ที่สถานีใดบ้าง
ท่านที่โทรสำรองที่นั่งผ่านโทรศัพท์
สามารถไปรับตั๋วโดยสารได้ที่สถานีดังต่อไปนี้
1.
กรุงเทพฯ, สามเสน, ชุมทางบางซื่อ
1, ชุมทางบางซื่อ
2, บางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง,รังสิต
2.
มักกะสัน, แม่น้ำ, คลองตัน, หัวหมาก, บ้านทับช้าง, ลาดกระบัง , หัวตะเข้
3.
ธนบุรี, บางบำหรุ, ชุมทางตลิ่งชัน, ศาลาธรรมสพน์ ,ศาลายา
4.
วงเวียนใหญ่ ,ตลาดพลู
ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังปรับปรุงระบบการจองตั๋วโดยสารรถไฟออนไลน์
ผู้โดยสารจึงยังไม่สามารถจองตั๋วโดยสารผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง (ข้อมูล ณ
วันที่ 29 ธันวาคม 2558)
ถ้าจะจองตั๋วหมู่คณะต้องทำอย่างไร
สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเป็นหมู่คณะ
สามารถติดต่อซื้อตั๋วล่วงหน้าได้เกินกว่า 60 วัน ผ่านทั้ง 2 ช่องทางข้างต้น
แต่จะสำรองที่นั่งได้ไม่เกิน 40% ของที่นั่งที่มีอยู่ในขบวนรถนั้น ๆ
และไม่มีส่วนลดค่าโดยสารใด ๆ
ส่วนกรณีของนักเรียนและนักศึกษา
จะต้องมีหนังสือรับรองของหัวหน้าสถานศึกษา
โดยในจดหมายจะต้องระบุสถานีต้นทาง-สถานีปลายทาง วันเดินทางไป-กลับ
และจำนวนนักศึกษาอย่างชัดเจน ซึ่งจะต้องมีอาจารย์ควบคุมไปด้วยหนึ่งคนต่อนักเรียน
หรือนักศึกษา 10 คน
และอาจารย์ที่ควบคุมไปด้วยจะได้คิดค่าโดยสารเท่ากับนักเรียนหรือนักศึกษา 1 คน
สำหรับคณะของนักเรียน
นักศึกษา หากเป็นตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวจะได้ลดค่าโดยสาร 25% ของราคาค่าโดยสาร
แต่คิดค่าธรรมเนียมเต็มราคา ส่วนตั๋วโดยสารไป-กลับ จะลดให้เฉพาะค่าโดยสารชั้น 3
โดยคิดค่าโดยสารเพียงเที่ยวเดียว
ซื้อตั๋วโดยสารแล้วแต่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทำอย่างไรดี
ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทางของตั๋วโดยสารได้ทุกชนิดทุกประเภท
(ยกเว้นตั๋วเดือน ซึ่งไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการเดินทาง และไม่คืนเงินค่าโดยสาร)
แต่จะเปลี่ยนแปลงได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.
การเปลี่ยนแปลงวันเดินทาง ท่านสามารถเลื่อนวันเดินทางออกไปได้ไม่เกิน 60 วัน
นับจากวันที่ระบุไว้ในตั๋ว และไม่เกินระยะเวลาที่เปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า
ส่วนการเลื่อนวันเดินทางเข้ามา สามารถทำได้ไม่จำกัดวัน
2.
สำหรับตั๋วไป-กลับ สามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทางเที่ยวไปได้ 1 ครั้ง
และเที่ยวกลับได้ 1 ครั้ง
3.
การเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ให้นำตั๋วมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า
1 ชั่วโมง ในวันและเวลาที่ระบุในตั๋ว หากเลยเวลาดังกล่าวจะไม่รับเปลี่ยนแปลง
ไม่คืนตั๋วโดยสาร และไม่รับคำร้อง
สำหรับการขอเลื่อนชั้นโดยสารสูงกว่าตั๋วฉบับเดิม
หรือเลื่อนสถานีปลายทาง สถานีต้นทางให้มีระยะทางไกลกว่าเดิม สามารถทำการเลื่อนได้
โดยต้องชำระค่าโดยสารในส่วนที่แตกต่างกันระหว่างชั้นโดยสารเดิมให้ครบ
ทั้งนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องใด
ๆ จะมีค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ดังนี้
1.
ตั๋วทุกชั้น รถนั่งธรรมดา คิดคนละ 20 บาท
2.
ตั๋วทุกชั้น รถปรับอากาศ คิดคนละ 50 บาท
- การจองตั๋วออนไลน์
1.เลือกต้นทาง และจุดหมาย
ปลายทางของคุณ
A. เลือกรูปแบบการเดินทาง
ไปกลับ" หรือ "เที่ยวเดียว"
B. เลือกเส้นทางที่ต้องการเดินทาง
C. เลือกวันที่ต้องการเดินทาง
D. ระบุจำนวนผู้เดินทาง
* E. เลือกสกุลเงินที่ต้องการชำระ F. กดปุ่ม
2.เลือกเที่ยวบินของคุณ
A. คลิกเลือกเที่ยวบินโดยคลิกที่
ช่องวงกลมหน้าตัวเลขราคาจะปรากฎ
ราคารวมขึ้นมาทางด้านขวามือ
B. คุณสามารถค้นหาเที่ยวบิน
หรือเส้น
ทางใหม่ได้โดยสามารถกดปุ่ม
3.กรอกข้อมูลผู้โดยสาร และช่องทางการชำระเงิน
A. เลือกบริการที่ต้องการซื้อเพิ่มเติม
B. กรอกชื่อผู้โดยสาร*
C. เลือกน้ำหนักกระเป๋าที่ต้องการซื้อเพิ่ม
D. กรอกข้อมูลสำหรับการติดต่อ
4.ท่านสามารถเลือกช่องทางชำระเงินได้หลายช่องทางดังนี้
A. ชำระผ่านบัตรเครดิต
B. ชำระเงินสดด้วยตนเองผ่านตู้เอทีเอ็ม
หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส
C. ชำระผ่านบริการ Direct Debit
A1.
กรอกข้อมูลการชำระผ่านบัตรเครดิตให้ครบถ้วน
A2.
คลิกยอมรับข้อกำหนด และเงื่อนไขการบิน
A3.
กดปุ่ม เพื่อดำเนินการจองตั๋วโดยสาร
B.ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส
และตู้เอทีเอ็ม
B1.
ส่ง SMS ในขั้นตอนที่
1 เพื่อแจ้งสิทธิ์การชำระเงิน
B2.
กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ท่านส่ง SMS ในขั้นตอนที่1
เพื่อยืนยัน
สิทธิ์การชำระเงินในขั้นตอนที่ 2
B3.
คลิกยอมรับข้อกำหนด และเงื่อนไขการบิน
B4.
กดปุ่ม เพื่อรับรหัสชำระเงิน
C.ชำระผ่านบริการ Direct Debit
C1.
กรุณาอ่านขั้นตอนการชำระเงิน และยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ
C2.
กดเลือกช่องทางการชำระเงิน
C3.
กดยอมรับข้อกำหนด และเงื่อนไขการบิน
C4.
กดปุ่ม เพื่อเข้าสู่ระบบการชำระเงินผ่านทางธนาคาร
D. ตรวจสอบข้อมูล
และรายละเอียด การจองได้จากหน้ายืนยันการจอง
- การตรวจสอบราคา เส้นทาง เวลาการบิน
และการจองตั๋วเครื่องบิน
บางกอกแอร์เวย์
(บางแห่งสะกดเป็นบางกอกแอร์เวยส์หรือบางกอกแอร์เวย์ส) เป็นสายการบินสัญชาติไทยที่ใช้รหัสสายการบิน PG ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัท
การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เดิมที่อยู่ภายใต้ชื่อบริษัท กรุงเทพ สหกล จำกัด
ซึ่งดำเนินธุรกิจการบินสำหรับรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานธุรกิจเอกชน ต่อมา
รัฐบาลได้มีมติเปลี่ยนแปลงธุรกิจการบินให้เปิดกว้างมากขึ้นในปี 2527 และ 2528
ทำให้บางกอกแอร์เวย์เปลี่ยนรูปแบบให้สามารถให้บริการกับนักเดินทางโดยทั่วไปและเพิ่มเส้นทางการบินภายในประเทศและต่างประเทศในเวลาต่อมา
ปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์จัดเป็นAsia’s Boutique Airlineโดยมีฐานการบินหลักอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
มีสนามบินของตนเอง คือ ท่าอากาศยานสมุย (ท่าอากาศยานรอง) ท่าอากาศยานสุโขทัย
และท่าอากาศยานตราด และใช้เครื่องบินหลักๆ คือ Airbus จากฝรั่งเศส
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายเส้นทางบินไปยังทวีปยุโรปอีกด้วย
เที่ยวบินในประเทศ
มีประมาณ 11 เส้นทางบิน ที่สำคัญได้แก่
เที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย และกรุงเทพฯ-ภูเก็ต
เที่ยวบินต่างประเทศ
มีประมาณ 16 เส้นทางบิน ที่สำคัญได้แก่
เที่ยวบินเกาะสมุย-ฮ่องกง เกาะสมุย-สิงคโปร์ กรุงเทพฯ-ธากา กรุงเทพฯ-มุมไบ
กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ (มาเล) เป็นต้น
นอกจากนี้
ยังดำเนินการร่วมกับสายการบินอื่นเพื่อให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ ได้แก่
เที่ยวบินกรุงเทพฯ-โตเกียว (ญี่ปุ่น)
และกรุงเทพฯ-โอซาก้า (ญี่ปุ่น) ดำเนินการร่วมกับสายการบิน Japan Airlines
เที่ยวบินกรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์และกระบี่-กัวลาลัมเปอร์
ดำเนินการร่วมกับสายการบิน Malaysia Airlines
เที่ยวบินเชียงใหม่-สิงคโปร์และภูเก็ต-สิงคโปร์ดำเนินการร่วมกับสายการบิน SilkAir
เที่ยวบินกรุงเทพฯ-อาบูดาบี
ดำเนินการร่วมกับสายการบิน Etihad Airways
เที่ยวบินกรุงเทพฯ-มัลดีฟส์
ดำเนินการร่วมกับสายการบิน Thai Airways
ประเภทที่นั่งและน้ำหนักกระเป๋า
ผู้ใหญ่หรือเด็ก 1 คน (ไม่รวมเด็กทารก)
สามารถนำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องได้ฟรีทั้งหมด 1 ชิ้นและต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 5
กก. สำหรับขนาดกระเป๋าเดินทางนั้น ต้องมีขนาดไม่เกิน 56 x 36 x 23
ซม. ยกเว้นเครื่องบินรุ่น ATR72 ที่กระเป๋าเดินทางต้องมีขนาดไม่เกิน
44 x 28 x 23ซม.ทั้งนี้
หากเป็นเที่ยวบินร่วมบริการของสายการบิน SilkAir, Malaysia Airlines และ Air Berlin น้ำหนักและขนาดกระเป๋านั้นขึ้นอยู่กับกฎของแต่ละสายการบิน
สำหรับสัมภาระที่เช็คอินเพื่อโหลดใต้เครื่องบินนั้น
ทางสายการบินให้เช็คอินได้ฟรีโดยมีน้ำหนักไม่เกินเกณฑ์ดังนี้
ประเภทที่นั่ง ประเภทผู้โดยสาร น้ำหนักไม่เกิน
ชั้นประหยัด ผู้ใหญ่หรือเด็ก
20
กก.
เด็กทารก 10
กก.
ชั้นธุรกิจ (Blue
Ribbon) ผู้ใหญ่หรือเด็ก
30
กก.
เด็กทารก 10
กก.
หากน้ำหนักเกิน
บางกอกแอร์เวย์คิดค่าน้ำหนักเพิ่มดังนี้
เที่ยวบินภายในประเทศ คิดเพิ่ม 80 บาทต่อกก.
เที่ยวบินระหว่างประเทศ คิดเพิ่ม 7-55
เหรียญสหรัฐต่อกก.
ทั้งนี้ ตามกฎของท่าอากาศยาน (AOT) สัมภาระแต่ละชิ้นต้องมีน้ำหนักไม่เกิน
32 กก. หากเกิน ผู้โดยสารจะต้องปรับการจัดกระเป๋าให้มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ มีบริการ Prepaid Baggage
Service ที่เปิดให้ผู้โดยสารสามารถซื้อน้ำหนักสัมภาระเช็คอินเพิ่มล่วงหน้าผ่านCall Center (1771)โดยเริ่มจาก
5 กก. 300 บาท สำหรับเส้นทางภายในประเทศ และ 1,000 บาท
สำหรับเส้นทางระหว่างประเทศ ซึ่งถูกกว่าราคาปกติ 20-25%
การเช็คอิน
บางกอกแอร์เวย์มีบริการเช็คอิน 3
ประเภทดังนี้
เคาท์เตอร์เช็คอิน ซึ่งเปิดให้บริการ 2
ชม.ก่อนเที่ยวบินออก โดยผู้โดยสารควรเช็คอินอย่างน้อย 1 ชม. 30 นาทีก่อนเครื่องออกเพื่อไม่พลาดเที่ยวบิน
และปิดบริการ 40 นาทีก่อนเที่ยวบินภายในประเทศออก และ 50
นาทีก่อนเที่ยวบินระหว่างประเทศออก
เช็คอินทางเว็บไซต์
ผู้โดยสารสามารถเช็คอินได้ในระหว่าง 24 ชม.ถึง 1 ชม.ก่อนเที่ยวบินออก ทั้งนี้
ผู้โดยสารต้องพิมพ์บัตรโดยสารหรือ Boarding Pass เองและนำติดตัวไปที่สนามบินด้วย
หากมีสัมภาระที่ต้องโหลดใต้เครื่อง
ผู้โดยสารต้องนำสัมภาระนั้นไปโหลดที่เคานท์เตอร์ของบางกอกแอร์เวย์
เช็คอินผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งทำได้ระหว่าง 24 ชม.ถึง 2 ชม.ก่อนกำหนดเที่ยวบินออก
สำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ ต้องแสดงตัวที่เคาน์เตอร์เช็คอิน 1 ชม. 30
นาทีก่อนกำหนดเครื่องออกเดินทาง
เพื่อรับบัตรโดยสารและตรวจเอกสารการเดินทางที่กองตรวจคนเข้าเมือง
ข้อควรรู้อื่นๆ
เกี่ยวกับการจองตั๋วเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์และเตรียมตัวเดินทาง
ผู้โดยสารควรมีเวลาอย่างน้อย 1.15
ชม.สำหรับต่อเที่ยวบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ
ผู้โดยสารที่เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติสมุย
ภูเก็ต
หรือเชียงใหม่เพื่อไปต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่กรุงเทพฯ
สามารถเลือกที่จะตรวจสัมภาระและผ่านพิธีการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (Passport) ได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย
ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ เพื่อประหยัดเวลาเข้าคิวยาวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
*ข้อมูลถูกต้อง ณ วันที่เขียน 30 ก.ค. 2556
สายการบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังจากวันดังกล่าว กรุณาเช็คข้อมูลกับทางสายการบินโดยตรง
ต้องการเดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ซึ่งเป็นสายการบินโปรดของคุณเท่านั้น
ใช้เครื่องมือค้นหาตั๋วเครื่องบินของ Skyscanner เมื่อระบบแสดงรายการตั๋วเครื่องบินของเที่ยวบินต่างๆ
ในเมนูกรองผลการค้นหา ให้เลือกเฉพาะสายการบินบางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways) ระบบก็จะแสดงรายการตั๋วเครื่องบินสายการบินบางกอกแอร์เวย์เท่านั้น
ค้นหาตั๋วเครื่องบินสายการบินบางกอกแอร์เวย์
เทคนิคเพื่อการจองตั๋วเครื่องบินให้ได้ราคาถูกที่สุด
Skyscanner มีเทคนิคค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุดกับทั้งบางกอกแอร์เวย์
และสายการบินอื่นๆ ได้แก่
ค้นหาตั๋วเครื่องบินโดยไม่ต้องระบุวันที่เดินทาง
โดยเลือกปลายทางเป็น “ทั้งเดือน” หรือ “ทั้งปี”
วิธีนี้ช่วยให้คุณหาช่วงเวลาที่บินไปยังปลายทางที่คุณต้องการได้ถูกที่สุด
ค้นหาตั๋วเครื่องบินโดยไม่ต้องระบุปลายทาง
โดยเลือกปลายทางเป็น “ทุกที่” เพื่อแสดงรายการราคาตั๋วเครื่องบินที่ถูกที่สุดสำหรับบินไปยังแต่ละสนามบิน
วิธีนี้จึงช่วยให้คุณหาตั๋วเครี่องบินตามงบประมาณเป็นหลัก
เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปยังสนามบินแต่ละแห่งของเมืองปลายทาง
ตลอดจนเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปยังแต่ละเมือง
ใช้บริการแจ้งเตือนราคาตั๋วเครื่องบิน
คุณสามารถสมัครบริการนี้ได้ในหน้าแสดงผลการค้นหาตั๋วเครื่องบิน โดยคลิ๊กที่
“เลือกรับแจ้งเตือนราคาตั๋ว”
เพื่อรับอีเมลแจ้งเมื่อมีราคาตั๋วเครื่องบินเปลี่ยนแปลง (1 อีเมลต่อวัน)
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปลายทางและวันเดินทางที่แน่ชัดแล้วและต้องการหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่า
- การจองตั๋วเครื่องบินผ่านอินเตอร์เน็ต
1.ค้นหาเที่ยวบิน
เริ่มการค้นหาโดยระบุรายละเอียดเที่ยวบิน
2.เลือกและจองเที่ยวบิน
รายละเอียดเที่ยวบิน (สายการบิน, ตารางบิน, ค่าโดยสาร
ฯลฯ) จะปรากฏอยู่บนหน้าผลลัพธ์การค้นหา
3.กรอกข้อมูลการติดต่อและข้อมูลผู้โดยสาร
หลังจากที่คุณเลือกเที่ยวบินที่ต้องการแล้ว
คุณจำเป็นต้องกรอกข้อมูลการติดต่อและข้อมูลผู้โดยสาร
4.ดำเนินการชำระเงิน
เรามีช่องทางการชำระเงินหลากหลายให้คุณเลือก
เลือกช่องทางที่คุณต้องการ
5.รับตั๋วอิเล็กทรอนิกส์
หลังจากที่เราได้รับการชำระเงินของคุณแล้ว
เราจะส่งตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอีเมล์ของคุณภายใน 60 นาที
- การตรวจสอบราคา เส้นทางและเวลารถไฟ
การจองตั๋วรถไฟ
ตั๋วรถไฟสามารถซื้อได้ที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ใกล้กับช่องเข้าออกทุกสถานี
รองรับภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่นๆ อาทิ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี
ตั๋วเที่ยวเดียวระยะทางยาวราคา 1,620 เยน หรือตั๋วแบบระบุที่นั่ง
ตั๋วด่วนพิเศษอื่นๆ นอกจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ยังสามารถซื้อได้ที่ “มิโดริ
ทิคเก็ตเซ็นเตอร์” และ “วิว พลาซ่า” ซึ่งที่ “มิโดริ ทิคเก็ตเซ็นเตอร์” และ “วิว
พลาซ่า” นอกจากตั๋วรถไฟสาย JR ยังสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ
เรือ บัสทางไกล และตั๋วพิพิธภัณฑ์ รวมถึงรับชำระด้วยบัตรเครดิตด้วย
เครื่องจำหน่ายตั๋ว
ผู้ที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นสามารถซื้อตั๋วได้อย่างง่ายดายจากเครื่องจำหน่ายตั๋วหน้าจอสัมผัสซึ่งเลือกให้แสดงรายการเป็นภาษาอังกฤษได้
เครื่องส่วนใหญ่รับธนบัตรใบละ 1,000 เยน แต่บางเครื่องรับธนบัตร 5,000
เยนและ 10,000
เยนได้ด้วย ผู้ซื้อจึงไม่ต้องแลกเงินล่วงหน้าเพื่อมาซื้อตั๋วจากเครื่องนี้
เครื่องจำหน่ายตั๋วไม่รับเหรียญที่มูลค่าน้อยกว่า 10 เยน
1. เครื่องจำหน่ายตั๋วติดตั้งตรงข้ามหรือข้างประตูเข้าชานชาลา
ขั้นตอนแรก
ตรวจสอบค่าโดยสารสำหรับจุดหมายปลายทางของคุณจากตารางค่าโดยสารหรือแผนที่เส้นทางที่ติดอยู่เหนือตัวเครื่อง
2.
ใส่เงินตามจำนวนที่ระบุเข้าไปในเครื่องแล้วกดปุ่มที่ระบุไว้
ถ้าเป็นเครื่องที่มีหน้าจอสัมผัส จะต้องกดค่าโดยสารก่อนแล้วจึงใส่เงินเข้าไป
(จอสัมผัสจะใส่เหรียญได้ครั้งละ 6 เหรียญ แต่ใส่ธนบัตรได้ครั้งละ 1 ใบ
บางเครื่องไม่รับธนบัตรที่ยับ จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าธนบัตรอยู่ในสภาพดี)
3. หลังจากได้รับตั๋วและเงินทอนเรียบร้อยแล้ว
ก็ไปยังช่องตรวจตั๋วกันเลย
ห้องจำหน่ายตั๋ว” หรือ “วิวพลาซ่า”
เวลาซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงชิงคันเซ็นหรือตั๋วรถบัสทางไกล
คุณสามารถไปที่เคาน์เตอร์ที่ว่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการให้ได้
แต่การซื้อตั๋วสำหรับรถนอน รถด่วนพิเศษ
หรือตั๋วแบบสำรองที่นั่งบางชนิดจะต้องกรอกแบบฟอร์มล่วงหน้า ถ้าไม่เข้าใจวิธีการซื้อ
ให้คุณอธิบายจุดหมายปลายทางและเส้นทางที่ต้องการไปแก่เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์เพื่อสอบถามวิธีซื้อตั๋ว
ประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติ
1.
ในปัจจุบันตามสถานีภายในเมืองส่วนใหญ่จะมีเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติให้บริการ
ตั๋วที่มีแถบแม่เหล็กด้านหลังสีดำหรือสีน้ำตาล สามารถเสียบผ่านเข้าที่เครื่องตรวจตั๋วตรวจตรงช่องทางเข้าที่ตั้งอยู่ทางขวามือได้เลย
เมื่อผ่านช่องทางเข้าตั๋วที่เสียบเข้าไปเมื่อสักครู่จะออกมาทางอีกฝั่งของเครื่องตรวจตั๋ว
ให้หยิบตั๋วติดตัวไปด้วยเพื่อใช้ตอนออกจากสถานี จึงควรเก็บรักษาไม่ให้พับ
หักหรืองอ
2. เมื่อจะออกจากสถานีจุดหมาย
ตั๋วจะถูกเก็บที่เครื่องตรวจตั๋วเลย หากลงเลยจากสถานีปลายทางที่ซื้อตั๋วไว้
เมื่อเสียบตั๋วที่เครื่องตรวจตั๋วจะมีเสียงเตือนและไม่ให้เดินผ่าน
ให้รับตั๋วอีกครั้ง
เดินไปที่เครื่องปรับตั๋วอัตโนมัติภายในใกล้กับช่องทางออกเพื่อชำระค่าโดยสารที่ขาดไป
รับตั๋วที่ออกมาแล้วไปยังเครื่องตรวจตั๋ว
หรือชำระส่วนที่ขาดที่ช่องเจ้าหน้าที่สถานีบริเวณใกล้กับช่องทางออก
จึงจะสามารถผ่านออกมาได้
ระบบค่าโดยสาร
นอกจากตั๋วเดินทางเที่ยวเดียวแบบปกติแล้ว
ยังมีตั๋วด่วนพิเศษ และตั๋วนอนอีกด้วย ทั้งนี้การใช้ตั๋วด่วนพิเศษและตั๋วนอนในการเดินทางด้วยรถไฟเอกชนและรถไฟใต้ดินในโตเกียว
อาจไม่มียกเว้นข้อบางกรณี (การใช้บริการโรมานซ์คาร์สายโอดะคิวไลน์ของรถไฟเอกชน
จำเป็นต้องมีตั๋วด่วนพิเศษ) ในโตเกียวมีผู้ให้บริการรถไฟหลายสายอาทิ สาย JR สายเกียวเมโทร
สารโทเออิ และอื่นๆ แต่จะขอแนะนำราคาค่าโดยสารสาย JR เนื่องจากน่าจะมีการใช้บริการมากกว่า
ตั๋วรถด่วนพิเศษ
การขึ้นรถไฟด่วนพิเศษที่ดำเนินการโดย JR รวมถึงรถไฟความเร็วสูงชิงคันเซ็น
จะต้องใช้ตั๋วรถด่วนพิเศษ ตั๋วโดยสารจะต้องซื้อแยกต่างหากจากตั๋วรถด่วนพิเศษ
ราคาตั๋วรถด่วนพิเศษจะแตกต่างไปตามฤดูกาล เช่น ในช่วงที่มีการเดินทางมากตอนสิ้นปีและฤดูท่องเที่ยวในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ
ค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 200 เยน แต่ช่วงที่การเดินทางไม่มากค่าโดยสารจะลดลง 200 เยน
รถไฟชิงคันเซ็นมีที่นั่ง 3 แบบ คือ ที่นั่งแบบไม่ได้สำรองที่นั่ง
ที่นั่งแบบสำรองที่นั่ง และที่นั่งในกรีนคาร์ (ดูคำอธิบายด้านล่าง)
ที่นั่งแบบไม่ได้สำรองที่นั่งจะต้องใช้ทั้งตั๋วโดยสารและตั๋วรถด่วนพิเศษ
ส่วนที่นั่งแบบสำรองที่นั่ง นอกจากค่าตั๋วโดยสารและตั๋วรถด่วนพิเศษแล้ว
จะต้องชำระค่าเลือกที่นั่ง (520 เยน) เพิ่มด้วย ในช่วงที่มีการเดินทางมาก
ตู้ที่เป็นที่นั่งแบบไม่สำรองที่นั่งมักจะเต็มจนต้องยืน
ตั๋วกรีนคาร์
ที่นั่งในรถไฟบางขบวนจะมี 2 ตู้
ที่มีที่นั่งกว้างและสบายกว่าที่นั่งในตู้ธรรมดา ตู้แบบนี้เรียกว่ากรีนคาร์
เนื่องจากที่นั่งในกรีนคาร์จะต้องสำรองที่นั่ง
คุณจะต้องชำระค่าตั๋วกรีนคาร์เพิ่มเติมจากค่าตั๋วโดยสารก่อนขึ้นรถไฟ ตั๋วกรีนคาร์ซื้อได้ที่
“ห้องจำหน่ายตั๋ว” และสถานที่อื่นๆ บางแห่ง
ตั๋วคูปอง
หากเดินทางไปยังสถานที่เดียวบ่อยครั้ง
ในราคาเดียวกัน ขอแนะนำตั๋วไปกลับหลายเที่ยวที่สามารถเดินทางได้ 11
เที่ยวในราคาเท่ากับแบบปกติ10 เที่ยว
สามารถซื้อได้ที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมติและมิโดริทิคเก็ตเซ็นเตอร์
ค่าโดยสารสำหรับเด็ก
ราคาค่าโดยสารสำหรับเด็กทั้งตั๋วรถไฟ
ตั๋วด่วนพิเศษ ตั๋วระบุที่นั่งจะเป็นครึ่งหนึ่งของราคาผู้ใหญ่
ซึ่งอายุสูงสุดของเด็กที่จะใช้บริการตั๋วราคาเด็กได้คือ 11 ปี
ทั้งนี้ตั๋วกรีนจะราคาเท่ากับผู้ใหญ่ ตั๋วโดยสารราคาเด็ก สามารถกดเลือก
“ปุ่มราคาเด็ก” ได้เมื่อซื้อต๋วที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ หรือแจ้งที่
“มิโดริทิคเก็ตเซ็นเตอร์” หลังจากนั้นวิธีการซื้อจะเหมือนกับของผู้ใหญ่
นอกจากนี้เด็กอายุ 1 – 5 ปี “อนุบาล”
หรือเด็กที่อายุไม่ครบ 1 ปี “ทารก” สามารถใช้บริการรถไฟได้ฟรี
ยกเว้นกรณีต่อไปนี้ที่จำเป็นต้องมีตั๋วโดยสารราค่าเด็ก
การจองตั๋ว/ตารางเวลา
วิธีจอง
การจองตั๋วโดยทั่วไปจะหมายถึงการจองตั๋วแบบระบุที่นั่ง
ซึ่งสามารถซื้อได้พร้อมกับตั๋วโดยสารปกติ
การจองตั๋วนั้นสามารถจองล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง 1 เดือน
โดยสามารถหยิบแบบฟอร์มหน้าเคาท์เตอร์และยื่นแบบฟอร์มจองตั๋วระบุวันเดินทาง
ชื่อขบวนรถไฟที่จะเดินทาง หมายเลขขบวน และจุดหมายได้ที่เคาท์เตอร์
“มิโดริทิคเก็ตเซ็นเตอร์” หรือ “วิวพลาซ่า”
สำหรับตั๋วที่ซื้อจากเครื่องขายตั๋วอัตโมนัติจะเป็นแบบไม่ระบุที่นั่ง
จึงไม่จำเป็นต้องจอง ในกรณีต้องการคืนตั๋วที่จอง
เนื่องจากไม่สามารถคืนตั๋วหลังจากที่ขบวนรถออกไปแล้วได้ จึงควรรีบติดต่อที่ “มิโดริทิคเก็ตเซ็นเตอร์”
เพื่อดำเนินการขอคืนตั๋วให้เร็วที่สุดทันทีที่จะเปลี่ยนแปลงการเดินทาง
ตารางเวลา
เนื่องจากรถไฟในโตเกียว ไม่ว่าจะเป็น JR สายยะมะโนเตะ JR สายเคฮินโตโฮกุ JR สายชูโอ
รถไฟใต้ดินและรถไฟเอกชนใน 23 เขตการปกครองวิ่งถี่มาก คุณแทบจะไม่ต้องรอรถไฟเกิน
5-10 นาที
ช่วงเช้าตรู่และตอนดึกอาจรอนานหน่อยเพราะจำนวนรถไฟที่ให้บริการมีน้อยกว่าตอนกลางวัน
หากต้องการตารางเวลาสำหรับสถานีไหน
ก็สามารถขอรายละเอียดได้จากเจ้าหน้าที่สถานีที่ประตูตรวจตั๋วของสถานีนั้นๆ
ตารางเวลารถไฟทั่วประเทศมีจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป
- การตรวจสอบราคา เส้นทางการเดินเรือ
การคิดค่าระวางเรือ (Freight Charge Basic)
1) Weight Ton คำนวณจากน้ำหนักสินค้าที่บรรทุก
และจะมีอัตราการคิดที่แตกต่างกันตามแต่ละประเภทของสินค้า
2) คำนวณจาก Measurement โดยคำนวณจากปริมาตรของสินค้า
คือ เป็นการวัดขนาดของสินค้า กว้าง x ยาว x สูง
คำนวณออกมาเป็น ลูกบาศก์เมตร (M3 หรือ CBM) มักจะใช้กับสินค้าที่มีลักษณะ Bulk คือ
มีลักษณะเป็น Size
Insentive เช่น เสื้อผ้า , ฝ้าย
แต่ทั้งที่จะต้องมีการชั่งน้ำหนัก โดยเปรียบเทียบว่า หากน้ำหนัก (Weight Ton) สูงกว่า
ก็จะคิดค่าระวางจากน้ำหนัก
3) การคำนวณจาก V (Ad Valorem
Goods) คือ Degree ที่สินค้ามีราคาสูง
ถึงแม้ว่าจะมีปริมาตรน้อย น้ำหนักไม่มาก แต่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
การคิดค่าระวางก็จะคิดเพิ่มอีก 3-5 เท่า ของมูลค่าสินค้า
4) ค่าระวางพิเศษ ได้แก่
ค่าใช้จ่ายทั้งหลายที่บริษัทเรือ คิดเพิ่มเติมจากค่าระวางพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย
(1) ค่าระวาง Surcharge เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่มีการเรียกเก็บ
เนื่องในกรณีต่างๆ เช่น ภัยสงคราม หรือในช่วงที่มีการPeak Season
(2) Terminal Handling Charge : THC เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการ
ขนถ่ายสินค้าทั้งต้นทางและปลายทาง ได้แก่ การใช้เครนที่เรียกว่า Top คือ
ค่าภาระ , ค่าลากตู้สินค้า
(3) Bunker Adjustment Factor : BAF เป็นค่าระวางพิเศษ
ชดเชนภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับตัวสูงขึ้น
เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ด้านน้ำมัน
ซึ่งทำให้บริษัทเรือมีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าต้นทุนปกติ ก็จะมีการเรียกเก็บค่า BAF หรือที่เรียกง่ายๆว่า Bunker
Charge ซึ่งอาจจะขึ้นและลงได้ เป็นไปตามดุลยภาพของ Demand &
Supply
(4) Currency Adjustment Factor : CAF เป็นค่าปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
โดยค่าระวางเรือส่วนมาก จะเรียกเก็บเป็นเงินสกุลดอลล่าห์สหรัฐฯ
หากกรณีอัตราแลกเปลี่ยนมีการผกผัน ทางบริษัทเรือก็จะมีการเรียกเก็บ
(5) Congestion Surcharge เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษเนื่องจากความแออัดในท่าเรือ
เป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเนื่องจากบางท่าเรืออาจมีการบริหารจัดการไม่ดี
ทำให้มีการขนย้ายตู้ขึ้นและลงล่าช้ากว่าเกณฑ์ที่ทางบริษัทเรือกำหนดไว้
ซึ่งอาจจะเกิดจากเหตุอื่น เช่น การจราจรที่ติดขัด การนัดหยุดงานของคนงาน
ซึ่งมีผลทำให้งานล่าช้า
(6) Bill of Lading Charge : B/L Charge ค่าออกใบตราส่ง
เป็นค่าธรรมเนียมในการที่บริษัทเรือต้องจัดพิมพ์ใบ Bill of Lading ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการแสดงสถานะภาพ
(Status) ว่าสินค้าได้มีการขนส่งไปกับบริษัทเรือ
ซึ่ง B/Lหรือที่เรียกว่าใบตราส่งจะมีออกเป็นหลายฉบับ
เช่น ฉบับที่เรียกว่า Original , Duplicate Original , Triple Original และCopy
Non-Negotiate ทั้งหมดนี้ทางบริษัทเรือจะเรียกเก็บเป็นค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร
(7) AMSC : Advance Manifest Security Charge เป็นค่าใช้จ่ายในการที่บริษัทเรือต้อง Input Data 24
ชั่วโมงก่อนการขนถ่ายสินค้า ที่เรียกว่า 24 Hour Rules ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความร่วมมือ
การป้องกันผู้ก่อการร้ายที่เรียกว่า C-TPAT (Customs Trade Partnerships
(8) Against Terrorism) ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับสุดท้ายของ Top Twenty Mega
Port ในการขนส่งสินค้า จึงต้องเสียค่า AMSC
Charge รวมถึงการแก้ไขเอกสาร
ISPS
Code (International Ship and Port Facility Security Code)
เป็นประมวลข้อบังคับว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของเรือ
และท่าเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อแก้ไขใหม่ภายใต้อนุสัญญา SOLAS Chapter
XI-2 เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทางทะเล
โดยมุ่งที่การรักษาความปลอดภัยของเรือ และท่าเรือ
โดยกำหนดให้มีการประเมินสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงในระดับต่างๆ
และกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะกับระดับความเสี่ยง
- การตรวจสอบราคาที่พัก
HotelsCombined
Hotel Search (App ค้นหาโรงแรมจากทั่วโลก) : ตัวนี้
เป็น App มือถือ
แอพเปรียบเทียบราคาโรงแรมของ HotelsCombined ในส่วนของ
ราคาที่พัก ที่มีนามว่า HotelCombined มีความสามารถ
ในการ หาโรงแรม ตามเมืองแบบทั่วไปและตามตำแหน่งที่ตั้ง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกโรงแรมสูงสุดถึง
200 แห่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณรอบๆ ที่ตั้งขณะนั้น
โดยหลักการของแอพ HotelsCombined ตัวนี้คือมันจะทำการ
ค้นหาที่พัก (ค้นหาโรงแรม) และ เปรียบเทียบ ราคาโรงแรม (ราคาที่พัก)
จากเว็บไซต์จองโรงแรมและเครือโรงแรมกว่า 200 เว็บไซต์พร้อมๆ กัน
รวมทั้งแอพนี้ยังสามารถเป็น แอพจองโรงแรม ยอดนิยมต่างๆ ที่มีอยู่ในแอพสโตร์ (App Store) แทนที่จะดาวน์โหลดแอพจองโรงแรมหลายๆ
แอพ มาใส่บนมือถือของคุณ เพียงคุณมี HotelsCombined ก็จะทำให้สามารถค้นหาโรงแรมได้มากกว่า
800,000
แห่งทั่วโลก ได้จากทุกแอพ
Program
Features (คุณสมบัติและความสามารถ ของ App ค้นหา
ราคาที่พัก HotelsCombined เพิ่มเติมอย่างละเอียด)
สามารถชมราคาโรงแรมมากกว่า 800,000
แห่งจากมือถือของคุณอย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นแบบรายชื่อหรือบนแผนที่
ความสามารถในการค้นหาโรงแรมที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งที่ตั้งในปัจจุบัน
จัดการและเรียบเรียงผลการค้นหาตามตัวกรอง
ราคา, ความนิยม, ที่ตั้งและสนามบิน
รายละเอียดอันครบถ้วนของโรงแรมทุกแห่ง ได้แก่
คำบรรยาย, เรตติ้ง, แผนที่, ภาพถ่ายและอื่นๆ
เลือกราคาโรงแรมตามสกุลเงินตามความต้องการของผู้ใช้
รองรับภาษามากกว่า 40 ภาษา (มีภาษาไทยด้วย)
พัฒนาจากเวอร์ชั่นเดิม ที่มีอยู่ไม่กี่ภาษา
แอพนี้ไม่มีโฆษณาคอยกวนใจ
ไม่ต้องกรอกลงทะเบียนก่อนการใช้งานให้เสียเวลา
มีให้ใช้บนโทรศัพท์มือถือทั้ง 3
ระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ iOS ระบบ Android และ
ระบบ Windows Phone
ฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แอบแฝง
อย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น