บทที่
5 การติดตั้งและทดสอบระบบอินเตอร์เน็ต
(Internet Setup and
Testing)
-ขั้นตอนการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้
ขั้นตอนที่ 1: ให้ทำการปิดเครื่องโดยสมบูรณ์
คลิก Start (เริ่ม)
จากนั้นเลือก Power
(ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง) และเลือก Shut down (ปิดเครื่อง)
กดปุ่ม Shift และคลิก Shut down พร้อมกัน
รอให้คอมพิวเตอร์ปิดการทำงานโดยสมบูรณ์
กดปุ่มเปิดปิดเพื่อเปิดคอมพิวเตอร์
กดที่หน้าจอเพื่อดูว่าทำงานหรือไม่
หากไม่ทำงาน ให้ดำเนินการต่อไป
ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้งชุดข้อมูลอัพเดต Windows
อัพเดตไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่เปิดตัวผ่านทาง Windows การอัพเดตอาจสามารถแก้ไขปัญหาหน้าจอสัมผัสได้
ติดตั้งข้อมูลอัพเดต Windows ที่ล่าสุด
เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
พิมพ์ windows update (อัพเดท Windows) ในช่องค้นหา
แล้วเลือก Check
for updates (ตรวจสอบข้อมูลอัพเดท) จากรายการผลการค้นหา
รูปภาพ : ตรวจหาการปรับปรุง
คลิก Check for updates (ตรวจหาข้อมูลอัพเดท)
หาก Windows พบข้อมูลอัพเด
ข้อมูลอัพเดทจะถูกดาวน์โหลด และติดตั้ง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในการใช้ Windows
Update ได้จากหัวข้อ HP PCs - Updating Drivers
and Software with Windows Update (Windows 10, 8) ็(HP PC - การอัพเดตไดร์เวอร์และซอฟต์แวร์ผ่าน Windows Update
(Windows 10, 8))
ขั้นตอนที่ 3: กำหนดค่าจอสัมผัส
กำหนดค่าจอสัมผัสเพื่อระบุหน้าจอของคุณให้เป็นจอสัมผัส
จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Tablet PC
Settings (การตั้งค่าแท็บเล็ตพีซี) ขึ้นมา
จากแท็บ Display (แสดงผล) คลิก Setup (ตั้งค่า)
คลิก Touch input (การป้อนข้อมูลด้วยการสัมผัส)
ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อระบุหน้าจอเป็นจอสัมผัส
กดที่หน้าจอเพื่อดูว่าทำงานหรือไม่ ถ้าไม่
ให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 4: ทำการตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยถึงปัญหาจอสัมผัสใน HP Hardware
Diagnostics UEFI
ทดสอบ UEFI Hardware Diagnostics เพื่อตรวจหาปัญหาของจอสัมผัสของโน๊ตบุ๊ก
เสียบ AC เข้ากับคอมพิวเตอร์
กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้อย่างน้อยห้าวินาทีเพื่อปิดคอมพิวเตอร์
เปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม F2 ซ้ำๆ
ทันที ประมาณวินาทีละหนึ่งครั้ง
เมื่อหน้าจอ HP PC Hardware Diagnostic
UEFI ปรากฏขึ้น คลิก Component Tests
(ทดสอบส่วนประกอบ)
คลิก Touch Screen (จอสัมผัส)
การทดสอบจอสัมผัสแบบการโต้ตอบมีสองแบบ
เริ่มต้น โดยการคลิกที่ Touch Pointer Test (การทดสอบโดยการแตะที่พอยเตอร์)
อ่านคำแนะนำบนหน้าจอ แล้วคลิก การเรียกใช้ครั้งเดียว
แตะบล็อคบนหน้าจอแต่ละอันเพื่อลบมันออก
การทดสอบจะเสร็จสิ้นลงหลังจากที่บล็อคทั้งหมดได้ถูกลบออกหรือหลังจากที่เวลาผ่านไปสามนาที
และผลลัพธ์จะถูกแสดงขึ้น
คลิกที่ เมนูหลัก เพื่อกลับไปหน้าจอ UEFI หลัก
และ และทำการทดสอบจอสัมผัสที่สอง
คลิก Component Tests (การทดสอบส่วนประกอบ)
แล้วคลิก Touch Screen (หน้าจอสัมผัส)
คลิก Drag And Drop Test (การทดสอบลากและวาง)
อ่านคำแนะนำบนหน้าจอ แล้วคลิก
การเรียกใช้ครั้งเดียว
ลากและวางบล็อคตามคำสั่งบนหน้าจอ
การทดสอบจะเสร็จสิ้นลงหลังจากที่บล็อคทั้งหมดได้ถูกย้ายตำแหน่งหรือหลังจากที่เวลาผ่านไปสามนาที
และผลลัพธ์จะถูกแสดงขึ้น
หากการวินิจฉัยผ่านการทดสอบ
แต่จอสัมผัสยังไม่ตอบสนอง ให้ทำตามขั้นตอนในเอกสารชุดนี้ต่อไป
หากการทดสอบเพื่อวินิจฉัยอันหนึ่งอันใดล้มเหลว
ติดต่อ HP โดยใช้แท็บติดต่อฝ่ายบริการที่ด้านบนของหน้าจอนี้
ขั้นตอนที่ 5: ปรับการตั้งค่าการจัดการพลังงานสำหรับจอสัมผัสของคุณ
หากจอสัมผัสหยุดทำงานหลังจากที่ตื่นจากโหมดสลีป
ปรับการตั้งค่าการจัดการพลังงานเพื่อให้อุปกรณ์จอสัมผัสยังคงใช้งานได้ในขณะที่คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมดสลีป
บันทึก
การตั้งค่านี้จะเปลี่ยนวิธีการที่คอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในโหมดสลีป
และอาจจะมีผลต่อการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในระหว่างที่อยู่ในโหมดสลีป
จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)
ขยายส่วนหัวของอุปกรณ์ที่ติดต่อสื่อสารกับมนุษย์
อุปกรณ์จอสัมผัสอาจถูกทำเครื่องหมายว่าเป็น HID-compliant
touch (HID-รองรับจอสัมผัส) หรือที่คล้ายคลึงกัน
คลิกขวาที่อุปกรณ์จอสัมผัส และเลือกคุณสมบัติ
บันทึก
ชื่อของอุปกรณ์จอสัมผัสอาจแตกต่างกันออกไปด้านใต้ของเท็บการจัดการพลังงาน
ยกเลิกการทำเครื่องหมายที่ Allow the computer to turn off this device to save power (ให้คอมพิวเตอร์ปิดอุปกรณ์นี้เพื่อประหยัดพลังงาน)
จากนั้นคลิก OK
(ตกลง)หน้าจอสัมผัสควรยังทำงานได้หลังจากปลุกคอมพิวเตอร์ให้ออกจากโหมดสลีป
หากจอสัมผัสยังมีปัญหาเกิดขึ้นต่อ ให้ทำในขั้นตอนถัดไป
ขั้นตอนที่ 6: การดำเนินการคืนค่าระบบของ Microsoft
หากจอสัมผัสยังไม่สามารถใช้งานได้
ให้ทำตามคำแนะนำในหัวข้อ Using Microsoft System Restore (Windows 10, 8) (การใช้ Microsoft System
Restore (Windows 10, 8)) เพื่อกู้คืนระบบเป็นช่วงเวลาที่ยังใช้งานได้
หากจอสัมผัสไม่เคยใช้งานได้มาก่อน ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป
ขั้นตอนที่ 7: เรียกใช้
การกู้คืนระบบของ HP
หากการดำเนินการที่กล่าวมาทั้งหมดไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของสัมผัสจอสัมผัสได้
ให้สำรองข้อมูลส่วนตัวของคุณ จากนั้นทำการกู้คืนระบบ HP ในคอมพิวเตอร์
โดยการใช้คำแนะนำใน การดำเนินการกู้คืนระบบ HP (Windows 10)
หากขั้นตอนด้านบนไม่สามารถกู้คืนการทำงานของระบบสัมผัสได้
ให้ส่งคอมพิวเตอร์เข้าซ่อม ติดต่อ HP ผ่านแท็บ Contact Support
(ติดต่อฝ่ายบริการ) ที่ด้านบนของหน้าจอนี้
-การสร้างตัวเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย New Connection
Wizard
New
Connection Wizard
อย่าต่อเข้าอินเทอร์เน็ต
จนกว่าจะได้ติดตั้งโปรแกรมระบบป้องกันและเปิดให้ทำงานป้องกันไว้แล้ว เพราะเมื่อ Windows XP ถูกเชื่อมต่อเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตเมื่อใด
จะเป็นโอกาสให้ ไวรัส และไฟล์แปลกปลอมบุกผ่าน port การทำงานของวินโดว์โดยง่าย
ดังนั้น
จึงจำเป็นมากที่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบป้องกันไว้ก่อน และเปิดการทำงานของระบบป้องกันเตรียมพร้อมไว้
จึงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตออกใช้งานอย่างปลอดภัย
ซอฟต์แวร์ระบบป้องกัน อาทิเช่น
ซอฟต์แวร์ตรวจสอบไวรัส, Ad-Aware SE Professional, ZoneAlarm Pro, และ Internet
Connection Firewall ของ Windows XP
เมื่อได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบป้องกันเรียบร้อยแล้ว
มาสร้างไอค่อน Connect ไว้คลิกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
-การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่อินเตอร์เน็ต
(Online)
การเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าสู่อินเทอร์เน็ตผู้ใช้จะต้องสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายจะต้องมีบีประจำเครื่อง
(Account Number) ที่ศูนย์บริการ
แล้วเชื่อโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับเครื่องที่ศูนย์บริการ
โดยใช้สายโทรศัพท์ผ่านทางโมเด็ม (Modem) และจะมีซอฟต์แวร์ทำหน้าที่แปลงคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เป็นเทอร์มินัลของคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์บริการเมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว
ผู้ใช้จะมี User
ID หรือ User name หรือ Login
name และ Password ผู้ใช้จะต้องจัดเตรียมและเชื่อมต่ออุปกรณ์ดังนี้
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่จำกัดชนิดและยี่ห้อ
ส่วนใหญ่ที่นิยมใช้จะใช้เครื่อง PC
2.โมเด็ม
ทำหน้าที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ได้
ความเร็วของโมเด็มเป็นความเร็วในการส่งข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์
โมเด็มมีขนาดความเร็วต่าง ๆ กัน โมเด็มมีขนาดความเร็วสูงตั้งแต่ 14.4 Kbps ขึ้นไป ส่วนใหญ่แล้วจะมีความสามารถรับส่ง Fax ได้ด้วย
เรียกกว่า Fax
Modem โมเด็มที่มีความเร็วสูงจะมีราคาแพงกว่า
ความเร็วของโมเด็มวัดเป็นบิดต่อวินาที (bps)
โมเด็มแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
คือ
1.โมเด็มภายใน (internal modem) เป็นการ์ดที่เสียบลงบนสล็อต
(slot) ของเมนบอร์ด
2.โมเด็มภายนอก (External nodem) เป็นกล่องขนาดเล็ก
มีพอร์ต (port) เพื่อเสียบสัญาณจากคอมพิวเตอร์เข้าโมเด็ม
มีช่องสำหรับเสียบสายโทรศัพท์ และมีสายไฟจากโมเด็มเพื่อต่อเข้ากับไฟบ้าน
3. โทรศัพท์ เพื่อเชื่อมต่อสายโทรศัพท์เข้ากับโมเด็ม เพื่อให้สัญญาณข้อมูลส่งผ่านสายโทรศัพท์ ดังนั้นผู้ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ต จะต้องมีโทรศัพท์หนึ่งเลขหมายในการต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต
4.ซอฟต์แวร์ ในการใช้อินเทอร์เน็ตจะมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ประเภทคือ 1.โปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อเพื่อจัดการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต ถ้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Window 95 จะมีโปรแกรมdial-Up
Networking ที่ใช้ในการสื่อสารอยู่แล้ว
2. โปรแกรมที่ใช้รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) เช่น Eudora
3. โปรแกรมที่ใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
เรียกกว่า บราวเซอร์ (Browser) เช่น Netscape
Navigator, Internet Exploer
5.ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
(ISP : Internet Service
Provider)
ผู้ใช้จะต้องสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นศูนย์บริการให้กับสมาชิก
ซึ่งมีทั้งภาครัฐและเอกชน
ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลกโดยศูนย์บริการเหล่านี้จะต้องเสียเงินค่าเช่าสายสัญญาณไปต่างประเทศให้กับรัฐ
-การเซ็ตอัปแลนการ์ด
ขั้นตอนการติดตั้ง LAN Card
1. เปิดฝาครอบด้านนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ออก
ให้เสียบ LAN Card ลงใน Slot บนมนนบอร์ด
2. บู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์
3. วินโดวส์จะแสกงหน้างต่าง Add New
HardwareWizard ให้ใส่ไดรเวอร์ลงในไดรว์ A: และคลิกเลือกที่ Automatic search
for driver(Recommmended) แล้วคลิก Next
4.วินโดวส์จะเริ่มค้นหาไดรเวอร์
และจะติดตั้งไดรเวอร์ใหโดยอัตโนมัติ
5. คลิก Finish
6. คลิก Yes เพื่อ Restart Windows
วิธีตรวจสอบผลการติดตั้ง LAN Card
เมื่อติดตั้ง LAN Card เรียบร้อยแล้ว
เราสามารถตรวจสอบผลการติดตั้ง ตามขั้นตอน ดังนี้
1.ดับเบิลคลิกที่ไอคอน system ในหน้าต่าง control panel
2.ที่หน้าต่าง system
properties เลือก tab Hardware และคลิกที่ device manager
3.จะได้หน้าต่าง device
manager คลิกที่ Network Adapter หากปรากฎชื่อการ์ดนั้น
และไม่มี เครื่องหมาย ! สีเหลือง หรือเครื่องหมาย ? สีเหลืองแล้ว
แสดงว่าการติดตั้ง LAN Card ถูกต้อง
การเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน
ไม่ว่าจะต่อผ่าน HUB หรือไม่ผ่าน HUB ก็ตามเราจำเป็นต้องเซ็ตอัพเครือข่ายก่อน
มิฉนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบจะติดต่อกันไม่ได้
วิธีการเซ็ตอัพเครือข่าย
1. ตรวจสอบโปรโตคอลสื่อสาร
1.2 ที่หน้าต่าง Network จะต้องมี
-Client
-Adapter
-Protocol
-Service
1.3 กรณีที่
มีรายการตามข้อ 1.2 ไม่ครบ
ให้ Add เข้ามาจนครบ
1.4 คลิกที่ Client จะได้หน้าต่าง Select Network
Client แล้วคลิกที่ Microsoft และเลือก Client for
Microsoft Netwoks แล้วคลิก OK
1.5 ที่ Protocol คลิกจะได้หน้าต่าง Select Network
Protocol แล้วคลิกเลือกที่ Microsoft และ TCP/IP
ในการติดต่อสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ
หนึ่งๆ ต้องมีหลายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ซ้ำกัน
หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือ
ข่ายแต่ละเครื่อง เราเรียกว่า IP Address ค่า IP Address จะประกอบด้วยเลข 4 ชุด
ชุดละไม่เกิน 3 หลักและต้องมีค่า Subnet
Mask ตามระบบที่ตกลงกันเป็นคลาส
ตัวอย่างเช่น IP Address 192.168.0.24
Subnet Mask 255.255.255.0
สรุป เมื่อนำเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า 2 เครื่องมาต่อเชื่อมกันเป็นระบบเครือข่าย
จำเป็นต้องเซ็ต
ค่า IP Address ที่ต่างกัน
และค่า Subnet Mask
ที่เหมือนกัน เพื่อให้อยู่ในคลาสเดียวกัน
ค่าที่ต่างกัน เป็นค่า IP Address เช่น 192.168.0.24 ,
192.168.0.25
ค่าที่เหมือนกัน เป็นค่า Subnet
Mask เช่น 255.255.255.0
ขั้นตอนในการเซ็ตอัพ ICP/IP
1.คลิกขวาที่ไอคอน My Network
Place บนเดสทอบ
2.คลิกที่ Properties จะได้หน้าต่าง Network and
Dial-Up Connection
3.คลิกขวาที่ไอคอน Local Area
Connection จากนั้นคลิก Properties
4.ที่หน้าต่าง Local Area
Connection Properties ให้ตรวจดูว่ามีสิ่งเหล่านี้หรือไม่
-
Client for Microsoft Networks
-
File and Printer Sharing for Microsoft Networks
-
Internet Protocol (TCP/IP)
5.คลิกที่ Internet
Protocol (TCP/IP) แล้วคลิกที่ Properties
6.ที่ Tab
General เลือก Use the following IP Address แล้วเติมค่า
IP
Address 192.168.0.1
Subnet
Mask 255.255.255.0
หลักการตั้งค่า IP Address จริงๆ
จะให้เครื่องใดในเครือข่ายเป็นเครื่องที่ 1 เครื่องที่ 2 เครื่องที่ 3 อย่างไรก็ได้
แต่เมื่อนำไปต่อเข้ากับ MODEM
ก็ควรกำหนดให้เครื่องนั้นเป็นเครื่องหมายเลข 1 ส่วนเครื่องอื่นๆ
ก็ให้หมายเลขเรียงกันไป เช่น
เครื่องที่ 1 เครื่องที่ 2 เครื่องที่ 3 เครื่องที่ 4
IP
Address 192.168.0.1 192.168.0.2 192.168.0.3 192.168.0.4
Subnet
Mask 255.255.255.0 255.255.255.0 255.255.255.0 255.255.255.0
ข้อห้าม 1. หมายเลข IP Address ในระบบเครือข่ายหนึ่งๆต้องไม่ซ้ำกัน
2. หมายเลข IP Address ในระบบเครือข่ายหนึ่งๆเลขชุดสุดท้ายต้องไม่ใช้เลขสงวน
คือ 0 และ 255
การทดสอบระบบเครือข่าย
การทดสอบระบบเครือข่าย เป็นการทดสอบดูว่า
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบทุกเครื่องมองเห็นกันหรือไม่
2. ค้นหาเครืองคอมพิวเตอร์ที่ต้องการได้หรือไม่
3. เครื่องคอมพิวเตอร์รับส่งข้อมูล
1. วิธีทดสอบเพื่อตรวจดูว่าเครื่องที่อยู่ในระบบเดียวกันมองเห็นกัน( SO เป็น Windows 98 หรือ Windows ME )
1.1 ดับเบิลคลิกที่ Network Neighborhood
1.2 จะได้หน้าต่าง Network
Neighborhood เครื่องจะแสดงชื่อทุกชื่อออกมา
หากไม่มีชื่อเครื่อง
แสดงออกมา
ให้ตรวจสอบการติดตั้งโปโตคอลตรวจสอบสายนำสัญญาณ ฮับ การ์ดเครือข่าย และการ
ตั้งชื่อ Workgroup
2. วิธีการค้นหาเครื่องในนระบบเครือข่าย
( OS เป็น Windows 98 หรือ Windows ME )
2.1 คลิกขวาที่ไอคอน Network
Neighborhood แล้วคลิกเลือก Find Computer
2.2 จะได้หน้าต่าง Find
Computer ให้เติมชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการค้นหาลงไป
แล้ว
คลิก Find Now
2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์จะค้นหาเครื่องที่อยู่ในระบบ
หากพบจะแสดงชื่อในพื้นที่ด้านล่างของหน้าต่างนี้
3. วิธีการทดสอบการสื่อสารของเครื่องในระบบ
( SO เป็น Windows 98 หรือ Windows ME )
3.1 ไปที่ Start>Program>Assessory>Command
prompt
3.2
C:>windows> Ping 192.168.0.2 กด Enter
3.3 หากมี Reply กลับมา
แสดงว่าสามาถสื่อสารกับเครื่องหมายเลข IP Address 192.168.2.0 ได้
หากผลการสื่อสาร ส่วนที่เป็น Received มีค่าเป็น 0
แสดงว่ายังไม่สามารถสื่อสารกันได้
ต้องตรวจสอบการซ็ทอัพระบบใหม่
สารเหตุที่ระบบเครือข่ายสื่อสารกันไม่ได้
อาจเป็นเพราะ
1. ติดตั้งการ์ดเครือข่ายกับ Slot ไม่สนิท
แก้โดย เสียการ์ดให้สนิท
2. ไดรเวอร์การ์ดที่ติดตั้งไม่ตรงกับการ์ดชิ้นนั้น
แก้โดย ใช้ไดรเวอร์ของการ์รุ่นนั้น
3. ค่า IRQ ชนกันหรือใช้ค่าซ้ำกับอุประกรณ์ชิ้นอื่นๆ
แก้โดย เปลี่ยนค่า IRQ ใหม่
4. สาย UTR เสียบไม่สนิท
แก้โดย เสียบสาร UTR ให้สนิท
5. สายนำสัญญานเข้าสายผิด
แก้โดยใช้สายนำสัญญานที่เข้าสายถูกต้อง
6.การ์ดเครือข่ายชำรุด
แก้โดย ใช้การ์ดชิ้นที่ดีไม่ชำรุด
7.ยังไม่ได้กำหนดค่า IP Address แก้โดยกำหนดค่า IP Address ที่ถูกต้องให้
8.ฮับชำรุด
แก้โดย เปลี่ยนฮับตัวใหม่
9.หาเครื่องในเครือข่ายไม่พบ
แก้โดย ป้อนรหัสผ่านใน Log in
10. เครื่องในระบบมองไม่เห็นกัน
แก้โดย แชร์ไฟล์และแชร์เครื่องพิมพ์
การแชร์พรินเตอร์ที่เครื่องแม่ข่างติดตั้งพรินเตอร์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ข่าย
โดยดำเนินการ ดังนี้
1.
Start > Setting > Printer
2. ที่หน้าต่าง Printer คลิก Add คลิก Next
3.เลือกติดตั้งเป็น Local
Printer แล้วคลิก Next
4. คลิกเลือกรุ่นและยี่ห้อของ Printer
5.เลือกติกตั้งที่พอร์ต LPT1 แล้วคลิก Next
6. กรอกชื่อ Printer
Name แล้วคลิก Next
7. เครื่องจะถามว่า Would you like
to print a test page? ให้ตอบ Yes แล้วคลิก Finish
8. คลิกขวาที่ไอคอน Printer กำหนดให้มีการ Sharing แล้วตอบ OK
การแชร์พรินเตอร์ที่เครื่องลูกข่าย
การเซ็ตอัพพรินเตอร์ในเครื่องลูกข่าย
1.
Start > Setting > Printer
2. ดับเบิลคลิกที่ไอคอน Add Printer
3. คลิก Next แล้วคลิก Browse
4. เลือก Network
Printer แล้วคลิก Next
5.
Browse จะได้ชื่อพรินเตอร์ที่ติดตั้งอยู่กับเครื่องแม่
เช่น \\c:\oki
6. เครื่องจะถามว่าจะพิมพ์จากโปรแกรม DOS หรือไม่
เราตอบ NO
7. คลิก Next แล้วคลิก Finish
8. ให้ติดตั้งไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์นั้น
-ติดตั้งไดรเวอร์
ไปที่ Start > Computer > คลิกขวาเลือก Manage
> จากนั้นเลือกดูหัวข้อ Device Manager
สำหรับ Windows 8.1 / Windows 10
Driver-Windows-hardware
ไปที่ Logo Windows > คลิกขวาเลือก Device Manager
จากนั้นให้สังเกตุดูว่าที่
ด้านหน้าของแต่ละอุปกรณ์ทั้งหลาย มีเครื่องหมาย สีเหลืองตกใจหรือไม่
Driver-Windows-hardware-ID
ถ้ามีก็แปลว่า Windows ที่เราลงนั้น
ยังไม่รู้จักกับ Hardware ที่เราใช้
ทางไปดาวน์โหลด Driver ต่างๆ
ของ Notebook แต่ละยี่ห้อ
สำหรับ Notebook แต่ละยี่ห้อ
เช่น Dell , Lenovo ,
Asus , HP และยี่ห้ออื่นๆ
Notebook
/ PC Dell
Notebook
/ PC Lenovo
Advertisements
Notebook
/ PC Asus
Notebook
/ PC HP
Notebook
/ PC Acer
สำหรับ คอมประกอบ ให้ไปยัง WebSite ของ
เมนบอร์ดที่เราใช้ โดยเอารุ่นเมนบอร์ดของเราเป็นตัวตั้งต้น อาทิเช่น Mainboard
ASUS ก็ให้เข้า WebSite ของ ASUS แล้วทำการดาวน์โหลดให้ตรงรุ่น
ส่วนสำหรับใครที่ซื้อการด์จอแยก ก็ต้องหาดาวน์โหลดDriver ต่างๆมาลงด้วย
การแนะนำในการดาวน์โหลด Driver ต่างๆ
โดยการดาวน์โหลด Driver ต่างๆทั้งของ Notebook /
PC ประกอบ ก็ให้ทำการเลือก อุปกรณ์ที่เราใช้
ให้ตรงกับ Windows ของเราด้วย
อาทิเช่น เราใช้ Windows 8.1 64 bit ในการดาวน์โหลดต่างๆของ Driver เราก็จะต้องโหลดให้ตรงรุ่นของ Windowsเราด้วยนะครับ
โดย Notebook / PC ก็ให้ทำการดาวน์โหลดไดร์เวอร์
จากนั้นก็ทำการติดตั้งให้เรียบร้อย
ในกรณีหา Driver ไม่ได้
ให้ทำการคลิกขวาที่อุปกรณ์ของเราที่ขึ้นสีเหลืองตกใจด้านหน้า > เลือก Properties >
Details > จากนั้นเลือก Property :
Hardware IDs
และทำการ Copy Value ต่างๆไป Search ดูใน Google
Driver-Windows-hardware2
เท่านี้เราก็สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างราบรื่น
โดยสามารถทำการเล่นเกมส์ต่างๆได้ภาพสวยงาม
หรือจะท่องอินเตอร์เน็ทเพื่อหาความรู้ให้แก่ตัวเอง ตาม Windows รุ่นต่างๆที่เราได้ทำการลง
-การเซ็ตอัปเน็ตเวิร์คและอินเตอร์เน็ตแชร์ริ่ง
ใช่ว่าใน Home Network จะติดต่อสื่อสารกันเองในเครือข่ายเท่านั้น
ยังสามารถใช้อินเตอร์เน็ตกันได้ทุกเครื่อง คุณสมบัตินี้เรียกกันง่ายๆ ว่า
การแชร์อินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณสมบัตินี้มีมาตั้งแต่ Windows 98 เรื่อยมาจนกระทั่ง Windows Server
2003 แต่ในตอนนี้เราจะใช้การแชร์อินเตอร์จาก Windows XP กัน
คุณสมบัติการแชร์ Windows XP นี้ทำได้ง่ายมาก
ซึ่งผมขอสมมุติว่าใน Home Network ของคุณผู้อ่านนี้
ได้ติดตั้งโมเด็มไว้แล้วที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีไอพีแอดเดรส 192.168.0.1 และได้สร้างตัวติดต่อ
(Connection) ไปยัง ISP แล้ว
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโมเด็มแบบ 56 K หรือแบบ ADSL ก็ไม่เกี่ยงครับ
ซึ่งการติดตั้งทั้งหมดนี้เป็นการทำการทำด้วยตนเอง ( Manual) เท่านั้น
การแชร์อินเตอร์เน็ตใน Windows XP
ไปที่ Control Panel -> Network Connections จากนั้นคลิ้กขวาที่ไอคอน Connection ตัวที่ใช้หมุนโมเด็มติดต่อกับ ISP แล้วเลือกเมนู Properties ที่แถบ Advanced จัดการเลือกหัวข้อต่างๆ
ดังนี้
• หัวข้อ Internet
Connection Sharing ทำเครื่องหมายถูกที่หัวข้อ Allow other
network user to connect through this computer's internet connection เพื่อเปิดแชร์อินเตอร์เน็ต
• หัวข้อ Establish a
dial-up connection when ever a computer on my network attempts to the
internet หมายถึง
ถ้ามีเครื่องอื่นที่จะเข้าสู่อินเตอร์เน็ต เครื่องใหม่นี้ก็จะทำการติดต่อไปยัง ISP ให้ทันที
• หัวข้อ Allow other
network users to control or disable the share Internet connection จะเป็นการยินยอมให้ผู้ใช้งานเครื่องอื่นควบคุมการแชร์อินเตอร์เน็ต
หรือยกเลิกการแชร์อินเตอร์เน็ต (แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องได้รับการ Setup โดยใช้โปรแกรมNetwork setup
Wizard ของ Windows XP เท่านั้น)
เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยให้คลิ้กปุ่ม OK จะมีข้อความบอกว่าไอพีแอดเดรสที่การ์ด LAN ของเครื่องที่เปิดแชร์อินเตอร์เน็ตนี้
จะเปลี่ยนเป็น 192.168.0.1 ที่เรากำหนดไปแล้ว
คลิ้กปุ่ม Yes สังเกตว่าที่ไอคอนจะมีรูปมือมารองไว้แสดงว่าเราเปิดแชร์อินเตอร์เน็ตแล้ว
กำหนดให้เครื่องต่างๆ ใช้อินเตอร์เน็ต
สำหรับคอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ ในเครือข่าย
เราต้องกำหนดเส้นทางเข้าออกของอินเตอร์เน็ต ( Gateway) ให้กับเครื่องที่เหลือเหล่านั้นด้วย
เพื่อให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ สำหรับทางเข้าออกก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้ติดตั้งโมเด็มไว้นั่นเอง
Windows
2000/XP
คลิกปุ่ม Start -> Control Panel ดับเบิลคลิ้กไอคอน Network
Connections แล้วดับเบิลคลิ้ก Local Area
Connections คลิ้กที่ปุ่ม Properties แล้วเลือก Internet
Protocol (TCP/IP) แล้วคลิกปุ่ม Properties ที่ช่อง Default
Gateway: และ Preferred DNS server: ใส่ไอพีแอดเดรส 192.168.0.1 คลิ้กปุ่ม OK
Windows
95/98/ME
คลิ้กปุ่ม Start -> Control
Panel ดับเบิลคลิ้กไอคอน Network ที่แถบ Configuration เลือก TCP/IP คลิ้กปุ่ม Properties เลือกแถบ Gateway ใส่ไอพีแอดเดรส 192.168.0.1 ลงในช่อง New Gateway: คลิ้กที่ปุ่ม Add เพื่อให้ไอพีแอดเดรสเพิ่มลงไป
ต่อมาเลือกแถบ DNS
Configuration เลือกหัวข้อ Enable DNS ในช่อง Host ใส่ชื่อเครื่องของเครื่องนั้นๆ
ช่อง Domain ใส่MSHOME ช่อง DNS Server
Search Order ใส่ 192.168.0.1 คลิ้กปุ่ม Add ไอพีแอดเดรสจะเข้าไปอยู่ในรายการ
คลิ้กปุ่ม OKแล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
เมื่อคอมพิวเตอร์ที่มีโมเด็มติดตั้งไว้
ได้เชื่อมต่อกับ ISP แล้ว คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องใน Home
Network ก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ทันที
รวมทั้งเครื่องที่แชร์อินเตอร์เน็ตเองด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น